
ชื่อเต็ม : แชคิล ราชอน โอนีล
วันเกิด : 6 มีนาคม 1972 (อายุ 36 ปี)
สถานที่เกิด : เนวาร์ก, นิว เจอร์ซี่ย์
ส่วนสูง : 7 ฟุต (2.16 เมตร)
น้ำหนัก : 325 ปอนด์ (147.4 กิโลกรัม)
ทีมปัจจุบัน : ฟินิกส์ ซันส์
เบอร์เสื้อ : 32
เล่นอาชีพ : ปี 1992-ปัจจุบัน
ประวัติความเป็นมา l แชคิล ราชอน โอนีล Shaquille O’Neal : นักกีฬานักบาสเกตบอล
แชคิล ราชอน โอนีล (Shaquille O’Neal) หรือที่ชื่อเต็มว่า แชคิล ราชอน โอนีล เกิด 6 มีนาคม 1972 ในเมืองนีวอร์ค มลรัฐนิวเจอร์ซี เป็นที่รู้จักกันดีในชื่อว่า แชค (Shaq) เป็นนักกีฬาบาสเกตบอลเอ็นบีเอที่แข็งแกร่งที่สุดคนหนึ่ง นอกจากนี้ ชื่อของแชค ยังเป็นที่รู้จักในวงการเพลงแร็พเปอร์ และ นักแสดง ไม่แพ้กันอีกด้วย
กล่าวได้ดว่า โอนีล เป็นหนึ่งในนักบาสเกตบอลที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์วงการบาสเอ็นบีเอเลยก็ว่าได้ ตลอดเวลาการเล่น 13 ปี ซึ่งปัจจุบัน เขาเล่นในตำแหน่งเซ็ฯนเตอร์ ให้กับ ฟินิกส์ ซัน หลังจากที่ก่อนหน้านี้ โอนีล สามารถคว้าแชมป์เอ็นบีเอได้ถึง 4 สมัย โดยเป็นกาคว้าแชมป์ร่วมกับทีม ลอส แองเจิลลิส เลเกอร์ส 3 สมัยติดต่อกัน ในปี 2000, 2001 และ 2002 และ ไมอามี่ ฮีท 1 สมัย ในปี 2006
ปัจจุบัน โอนีล เล่นอยู่กับทีมฟีนิกส์ ซันส์ มีชื่อเสียงเรื่องตัวใหญ่ด้วยความสูง 7 ฟุต 1 นิ้ว (2.16 ม.) หนัก 340 ปอนด์ (154 กก.) และใส่รองเท้าเบอร์ 22 (ของทางสหรัฐ) และเขายังมีชื่อเล่นหลายชื่อ เช่น ดีเซล (Diesel) บิ๊กอริสโตเติล (Big Aristotle) ซูเปอร์แมน (Superman) และล่าสุดเมื่อได้รับปริญญาโทบริหารธุรกิจคือ ดอกเตอร์แชค (Doctor Shaq) ซึ่งส่วนใหญ่แชคเป็นคนตั้งเอง
ชีวิดการเล่นบาสเกตบอล l แชคิล ราชอน โอนีล Shaquille O’Neal : นักกีฬานักบาสเกตบอล
มหาวิทยาลัยหลุยเซียนาสเต็ต
เขาเริ่มเป็นที่รู้จักในวงกว้างเมื่อเล่นที่ไฮสคูล Robert G. Cole Junior-Senior High School ในเมืองซานแอนโตนิโอ มลรัฐเท็กซัส และได้เป็นผู้เล่นดีเด่นของโรงเรียนระหว่างเวลาที่เล่นอยู่ที่นั่น เขาเข้าเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยหลุยเซียนาสเตต (Louisiana State University, LSU) และจบปริญญาตรีในสาขาพาณิชยศาสตร์ ได้รับตำแหน่ง first team All-American สองครั้ง ผู้เล่นแห่งปีของ Southeastern Conference (SEC) สองครั้ง ผู้เล่นแห่งปีระดับประเทศในปี 1991 และเป็นเจ้าของสถิติของระดับมหาวิทยาลัย (NCAA) สำหรับจำนวนบล็อกสูงสุดในหนึ่งเกม คือ 17 บล็อกเมื่อแข่งกับมหาวิทยาลัยมิสซิสซิปปีสเตต (Mississippi State University) เมื่อ 3 ธันวาคม 1990
เดล บราวน์ (Dale Brown) โค้ชที่ LSU ในขณะนั้นบอกว่า เขาพบกับแชคครั้งแรกเมื่อไปที่เยอรมนี และเข้าใจผิดว่าแชคเป็นทหารคนหนึ่ง ขณะนั้นเขาอายุเพียง 13 ปี สูงถึง 7 ฟุต แต่หนักเพียง 223 ปอนด์ สามปีผ่านไปแชคตัวสูงขึ้นอีกเพียงหนึ่งนิ้ว แต่มีกล้ามเนื้อเพิ่มถึง 80 ปอนด์
เล่นอาชีพในลีกเอ็นบีเอ l แชคิล ราชอน โอนีล Shaquille O’Neal : นักกีฬานักบาสเกตบอล
1992-1996 : ออร์แลนโด เมจิก
โอนีล ในวัย 20 ปี ได้รับเลือกเป็นคนแรกของการดราฟในปี 1992 โดยทีมออร์แลนโด้ เมจิก เขาเล่นที่นั่นเป็นเวลาสี่ปี โดยมีผลงานที่โดดเด่นจนได้รับรางวัลผู้เล่นหน้าใหม่ยอดเยี่ยมประจำปี 1993 (รุกกี้ ออฟ เดอะเยียร์) หลังจากนั้น เมื่อออร์แลนโด้ได้ตัวการ์ดหน้าใหม่ แอนเฟอร์นี ฮาร์ดอเวย์ (ฉายา “เพนนี”) เข้ามาในทีม การประสานงานของแชคกับเพนนี่ช่วยกันสร้างทีมออร์แลนโด้จากทีมท้ายตารางกลายมาเป็นทีมที่สามารถเข้ารอบเพลย์ออฟได้
และในฤดูกาลปี 1994-1995 การเข้ามาเสริมทีมของผู้เล่นมากประสบการณ์อย่าง โฮเรส แกรนท์ ทำให้พวกเขาพาทีมออร์แลนโด เอาชนะชิคาโก บูลส์ อดีตแชมป์ 3 สมัย ที่เพิ่งได้ไมเคิล จอร์แดนกลับมาในปีนั้น 4 ต่อ 2 เกม และได้แชมป์ฝั่งตะวันออกด้วยการเฉือนเอาชนะอินดีอานา เพเซอรส์ 4 ต่อ 3 เกม ทะลุเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศเอ็นบีเอเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของทีม แต่สุดท้ายก็ต้องพ่ายให้แชมป์เก่า ฮิวส์ตัน ร็อคเก็ตส์ ที่มี อาคีม โอลาจูวอน กับ ไคลด์ เดร็กซ์เลอร์ เป็นผู้เล่นหลัก ไป 4 ต่อ 0 เกมรวด ฮิวส์ตัน คว้าแชมป์สมัยที่สองติดต่อกัน
ในปีถัดมา (ฤดูกาลปี 1995-1996) ออร์แลนโด้ยังคงเป็นทีมที่แข็งแกร่ง ฝ่าฟันเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศของฝั่งตะวันออกได้ไม่ยากเย็น แต่ก็ไม่สามารถต้านทานฟอร์มร้อนแรงของ ไมเคิ่ล จอร์แดน และชิคาโก บูลส์ ที่เพิ่งสร้างประวัติศาสตร์ชนะมากที่สุด 72 ครั้งแพ้ 10 มาจากฤดูกาลปกติได้ ต้องปราชัยอย่างหมดท่า 4 เกมต่อ 0 ชิคาโก บูลส์ คว้าแชมป์ฝั่งตะวันออกและเอาชนะซีแอทเทิล ซุปเปอร์โซนิก ในรอบชิงชนะเลิศเอ็นบีเอ 4 เกมต่อ 2 คว้าแชมป์สมัยที่ 4 ไปได้สำเร็จ
หลังจากหมดสัญญาจากทีม แชคได้รับข้อเสนอต่อสัญญาจากออร์แลนโด้จำนวนเงินถึง 115 ล้านเหรียญ พร้อมๆกับได้รับการติดต่อจากทีมลอสแอนเจลิส เลเกอร์ส แต่สุดท้ายแชคก็ตกลงเซ็นสัญญาไปเข้าร่วมทีมลอสแอนเจลิส เลเกอร์ส เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 1996
1996-2004 : ลอสแอนเจลิส เลเกอร์ส
หลังจากฤดูกาล 1995-96 ของเอ็นบีเอ โอนีลเข้าร่วมทีมลอสแอนเจลิส เลเกอร์ส ด้วยสัญญาเจ็ดปีมูลค่าสูงถึง 120 ล้านเหรียญสหรัฐซึ่งไม่เคยมีมาก่อน เขาและโคบี ไบรอันต์ กลายเป็นคู่การ์ดและเซ็นเตอร์ที่เล่นได้ประสิทธิภาพที่สุดคู่หนึ่งในประวัติศาสตร์เอ็นบีเอ ถึงแม้ว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองจะไม่ราบลึ่นและเกิดเรื่องผิดใจกันบ่อยครั้ง
อย่างไรก็ตามทั้งคู่ซึ่งคุมทีมโดยโค้ช ฟิล แจ็กสัน ประสบความสำเร็จมากบนสนามแข่งขัน และพาทีมคว้าตำแหน่งชนะเลิศสามปีติดต่อกัน (2000 ถึง 2002) แชคได้รับการเลือกเป็นผู้เล่นทรงคุณค่าในรอบสุดท้ายทั้งสามครั้ง เป็นผู้เล่นที่ทำแต้มเฉลี่ยสูงสุดในตำแหน่งเซ็นเตอร์ในประวัติศาสตร์การแข่งรอบสุดท้าย เขายังได้รับการลงคะแนนให้เป็นผู้เล่นทรงคุณค่าในฤดูกาลปกติของปี 1999-2000 และเกือบได้คะแนนเสียงเป็นเอกฉันท์ ขาดไปเพียงคะแนนเดียวเท่านั้น
ต้นฤดูกาล 2003-2004 โอนีล ประกาศว่าเขาต้องการต่อสัญญา แต่ผู้บริหารทีมลังเลที่จะทำตามข้อเรียกร้องของเขา เลเกอร์สเสนอสัญญาหนึ่งเมื่อกุมภาพันธ์ 2004 เพื่อให้โอนีลยังคงเป็นผู้เล่นที่มีค่าตัวสูงที่สุดในลีกแต่โอนีลปฏิเสธ
หลังจากเลเกอร์สพ่ายให้กับดีทรอยต์ พิสตันส์ในรอบสุดท้ายของเอ็นบีเอ โอนีลโมโหกับคำพูดของผู้จัดการทั่วไปของเลเกอร์ส มิทช์ คุปแชค (Mitch Kupchak) และยังมีเรื่องที่ฟิล แจ็กสันไม่ต่อสัญญากับทีม รวมถึงเรื่องเกี่ยวกับอนาคตของแชคกับทีม ทำให้โอนีลต้องการให้เทรด ซึ่งทางเลเกอร์สก็ตกลงเทรดโอนีลไปยังทีมไมอามี ฮีท แลกกับ ลามาร์ โอดม (Lamar Odom), ไบรอัน แกรนต์ (Brian Grant), คารอน บัทเลอร์ (Caron Butler) และสิทธิ์ในการดราฟรอบแรก
2004-2007 : ไมอามี ฮีท
แชคได้ถูกเทรดอย่างเป็นทางการเมื่อ 14 กรกฎาคม 2004 การเทรดนี้ถือเป็นการเทรดที่สำคัญที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์กีฬา โดยผู้วิเคราะห์ไม่แน่ใจว่าผู้เล่นคนเดียวสามารถแทนที่ผู้เล่นสำคัญหลายคนของไมอามีได้ แต่ว่าทีมฮีทใหม่ที่มีแชคประสบความสำเร็จเหนือความคาดหมายและทำสถิติดีที่สุดของสายตะวันออกได้อย่างง่ายดาย คนที่เทรดออกไปกลับไม่ช่วยให้เลเกอร์สเข้ารอบเพลย์ออฟได้ เขาพลาดรางวัลผู้เล่นทรงคุณค่าของฤดูกาล 2004-2005 โดยแพ้ให้กับ สตีฟ แนช (Steve Nash) ไปเพียงเล็กน้อย ถึงแม้ว่าแชคจะกะเผลกจากแผลฟกช้ำที่ต้นขา เขาก็ยังนำทีมเข้าถึงรอบชิงของสายตะวันออกและแพ้ให้กับทีมดีทรอยต์ พิสตันส์ ในเกม 7 ด้วยคะแนนไม่ห่างมากนัก
สิงหาคม 2005 โอนีลเซ็นสัญญาต่ออีก 5 ปีกับฮีทด้วยเงิน 100 ล้านเหรียญ นักวิจารณ์ต่างดูแคลนว่าเป็นการจ่ายผู้เล่นอายุมากที่แพงเกินความเป็นจริง แต่ผู้สนับสนุนก็ยกย่องฮีทที่ได้ผู้เล่นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอ็นบีเอด้วยค่าตัวเพียง 20 ล้านเหรียญต่อปี ซึ่งพอ ๆ กับผู้เล่นบางคนที่มักบาดเจ็บหรือเล่นได้แย่บางคน
จากการเซ็นสัญญานี้ แชคได้กลับคำพูดเดิมที่ว่าไม่ยอมลดค่าตัวของตัวเองเพื่อผลประโยชน์ของทีม 2006 แชคมีค่าตัว 30 ล้านเหรียญแต่ปีต่อ ๆ ไปจะมีค่าตัวลดลงถึง 10 ล้านเหรียญเพื่อช่วยให้ฮีทสามารถได้ผู้เล่นที่ดีขึ้น
ในฤดูกาล 2005-2006 แชคบาดเจ็บข้อเท้าขวาในเกมที่สองของฤดูกาลและพลาดลงเล่นใน 18 เกมถัดมา ตลอดฤดูกาลปกติ โค้ช แพท ไรลีย์ (Pat Riley) จำกัดเวลาเล่นของแชคเพื่อให้แชคมีฟอร์มการเล่นที่สดขึ้นเมื่อถึงช่วงเพลย์ออฟ แชคจบฤดูกาลปกติได้เปอร์เซนต์การชู้ตสูงสุดในลีก และเป็นการทำสถิติได้เป็นครั้งที่ 9 ซึ่งมีเพียงแชค และ วิลต์ แชมเบอร์เลน (Wilt Chamberlain) เท่านั้นที่ทำได้ ในวันที่ 11 เมษายน 2006 แชค ยังทำ ทริปเปิ้ล-ดับเบิ้ล เป็นครั้งที่สองในชีวิตการเล่นโดยได้ 15 คะแนน 11 รีบาวด์ 10 แอสซิสต์ ซึ่งเป็นการทำแอสซิสต์สูงสุดของแชค
ในเพลย์ออฟ 2006 ฮีท ได้คว้าแชมป์เอ็นบีเอเป็นครั้งแรกของทีมภายใต้การนำของแชค และ ดเวน เหว็ด (Dwyane Wade) ฮีทเข้าเพลย์ออฟในอันดับสองในสาย เอาชนะทีมอันดับหนึ่งคือดีทรอยต์ พีสตันส์ในรอบชิงแชมป์คอนเฟอเรนซ์ตะวันออก และชนะทีมดัลลัส แมฟเวอริกส์ในรอบชิงชนะเลิศ แชคทำผลงานเฉลี่ยน้อยกว่าฤดูกาลปกติ แต่ก็สร้างผลงานได้ดีในเกมที่ปิดซีรีส์เพื้อเข้ารอบต่อไป โดยทำ 30 แต้ม 20 รีบาวด์เอาชนะชิคาโก้ บูลส์ในรอบแรก และทำ 28 แต้ม 16 รีบาวด์ 5 บล็อกเอาชนะพีสตันส์ แชมป์ครั้งนี้เป็นครั้งที่สี่ของแชคและเป็นไปตามคำสัญญาที่ให้ไว้กับไมอามี
ฤดูกาล 2006-07 ฮีท ประสบปัญหาการบาดเจ็บจากผู้เล่นหลัก แชคเจ็บเข่าขวา และไม่ได้ลงเล่นถึง 30 เกม ช่วงที่แชคหายไป ทีมมีปัญหาการเล่น แต่เมื่อแชคกลับมาเล่นอีกครั้ง เขาทำให้ทีมชนะ 7 ใน 8 เกมถัดมา แต่ ดเวน เหว็ด ก็มาบาดเจ็บหัวไหล่เคลื่อน นักวิจารณ์สงสัยว่าลำพังแชคสามารถแบกทีมให้เข้าสู่รอบเพลย์ออฟได้หรือไม่ ซึ่งแชคก็ตอบข้อวิจารณ์โดยพาทีมให้ชนะเกมติดต่อกันและได้เล่นในเพลย์ออฟ ฮีท ได้พบกับ ชิคาโก้ บูลส์ ในรอบแรกแต่แพ้ 4 เกมรวดและตกรอบเพลย์ออฟ
2007- ปัจจุบัน : ฟินิกส์ ซัน
โอนีล ย้ายไปร่วมทีม ฟินิกส์ ซัน ด้วยการข้อตกลงการแลกตัวกับ ชอว์น มาริออน และ มาร์คุส แบงค์ 2 ผู้เล่นของไมอามี่ ฮีท และโอนีล ก็ลงเล่นให้กับต้นสังกัดใหม่ในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2008 ในเกมที่พบกับทีมเก่าอย่าง แอลเอ เลเกอร์ส ซึ่งเขาทำได้ 15 แต้ม กับ 9 รีบาวน์ อย่างไรก็ตาม เลเกอร์ส ก็เป็นฝ่ายชนะไป 130-124
ตลอดซีซั่นนี้ โอนีล ลงเล่นในฤดูกาลปกติไป 28 เกม ทำแต้มเฉลี่ยได้ 12.9 กับ 10.6 รีบาวน์ ต่อเกม ภายใต้การลงเล่นเป็นฤดูกาลแรกกับทีม ฟินิกส์ ซัน ซึ่งเขาก็สามารถช่วยทีมผ่านเข้าไปเล่นรอบเพลย์ออฟได้สำเร็จ โดยไปพบกับ ซาน อันโตนิโอ สเปอร์ส ก่อนที่เส้นทางของฟินิกส์ ซัน จะหยุดไว้แค่นั้น หลังพ่ายให้กับ สเปอร์ส ไปตามระเบียบ อย่างไรก็ตาม ในเกมรอบเพลย์ออฟ นั้น โอนีล ทำแต้มเฉลี่ยได้ 15.2 คะแนน, 9.2 รีบาว และ 1.0 แอสซิส ต่อเกม
จุดแข็งและจุดอ่อน l แชคิล ราชอน โอนีล Shaquille O’Neal : นักกีฬานักบาสเกตบอล
โอนีลมีร่างกายที่พิเศษ ความสูง 7 ฟุต 1 นิ้วและน้ำหนัก 320 ปอนด์ทำให้เขามีพละกำลังมาก และสำหรับคนรูปร่างขนาดนั้น แชคเป็นคนที่คล่องแคล่ว ท่า drop step ของเขาคือ เริ่มด้วยยีนหันหลังให้แป้นและผู้เล่นตั้งรับทีมตรงข้าม จากนั้นหมุนตัวและเอาตัวดันเพื่อทำสแลมดั๊งก์ เป็นท่าที่ยากที่จะป้องกันได้ เขายังเป็นคนส่งลูกที่ดีและเล่นตั้งรับได้มีประสิทธิภาพ การที่มีคนอย่างเขาบริเวณใต้แป้นทำให้ทีมต่าง ๆ ต้องปรับเปลี่ยนแผนในการรุกและรับ หากจะป้องกันแชคโดยเอาผู้เล่นสองหรือสามคนมาประกบก็กลับทำให้เพื่อร่วมทีมสามารถชู้ตลูกได้ง่าย ๆ โดยไม่มีใครมาประกบ
จากการที่เขาเคยทำข้อมือหักทั้งสองข้างจากการไต่ระหว่างต้นไม้สองต้นเลียนแบบสไปเดอร์แมน ตัวการ์ตูนที่เขาชื่นชอบ จึงทำให้ โอนีลเป็นคนที่ชู้ตลูกโทษแย่ที่สุดคนหนึ่งในเอ็นบีเอ ค่าเฉลี่ยตลอดการเล่นของเขาคือเพียง 53.1% ทีมตรงข้ามชอบใช้วิธีทำฟาวล์แชคโดยจงใจ เรียกกลยุทธ์นี้ว่า Hack-a-Shaq คิดและตั้งชื่อโดย ดอน เนลสัน โค้ชของดัลลัส แมฟเวอริกส์ อย่างไรก็ตาม การชู้ตลูกโทษแย่ก็พบในผู้เล่นยิ่งใหญ่อีกหลายคนเช่น วิลท์ แชมเบอร์เลน (Wilt Chamberlain) การตั้งใจทำฟาวล์หรือ Hack-a-Shaq นี่เองที่ทำให้เกิดเอ็นบีเอตั้งกติกาขึ้นใหม่ว่า ห้ามจงใจทำฟาวล์ผู้เล่นที่ไม่ได้ถือบอล จนกว่าจะเหลือเวลาการแข่งขันต่ำกว่า 2 นาที ไม่เช่นนั้น ก็จะถือเป็นการทำฟาวล์ทางเทคนิค (Technical Foul) ทันที
จุดอ่อนอีกอย่างหนึ่งของเขาคือเรื่องน้ำหนัก โอนีลมักปรากฏตัวในแคมป์ฝึกซ้อมก่อนฤดูกาลด้วยน้ำหนักตัวที่มากเกินไป ในช่วงสองสามปีสุดท้ายกับทีมลอสแอนเจลิส เลเกอร์ส เขาหนักประมาณ 350 ปอนด์ (160 กิโลกรัม) เมื่อแชคมีน้ำหนักตัวมากเกินไป เขามักมีปัญหาการบาดเจ็บโดยเฉพาะที่นิ้วหัวแม่โป้งเท้าข้างขวา เขามีอาการเจ็บปวดเรื้อรังที่ข้อต่อนิ้วโป้งเท้าขวาจากการวิ่ง กระโดด และดั๊งก์ ด้วยน้ำหนักตัวที่สูงเป็นเวลามากกว่าสิบปี
หลายคนรู้สึกว่าความดังของแชคทำให้กรรมการละเลยที่จะเรียกฟาวล์เมื่อทำผิดกฎบางอย่าง เช่นท่าชู้ตลูกโทษของแชคที่ละเมิดกฎที่ห้ามไม่ให้คนชู้ตลูกโทษล้ำข้ามเส้นลูกโทษจนกว่าลูกบาสเกตบอลจะกระทบกับห่วงหรือแป้นบาส แต่คนที่เข้าข้างแชคมักพูดว่า เนื่องจากรูปร่างที่ใหญ่โตของเขา กรรมการมักปล่อยให้คนอื่นเล่นรุนแรงขึ้นกับแชค
จุดอ่อนสำคัญประการล่าสุดของแชคตอนนี้ คือ อายุ ตามสถิติของเอ็นบีเอแล้ว ผู้เล่นที่มีความสูงเกินกว่า 7ฟุต (ประมาณ 213 เซนติเมตร) จะมีค่าเฉลี่ยต่างๆ ลดลงหลังจากอายุ 30 ปี โดยเฉพาะการทำคะแนนที่จะต่ำกว่า 20 คะแนนต่อเกม ซึ่งแชคก็ไม่สามารถหนีสถิตินี้พ้นเช่นเดียวกัน
ชีวิตส่วนตัว l แชคิล ราชอน โอนีล Shaquille O’Neal : นักกีฬานักบาสเกตบอล
แชคิล ราชอน (มาจากภาษาอาหรับ แปลว่า นักรบน้อย) เป็นชื่อที่บิดาแท้ ๆ คือ โจเซฟ โทนี่ (Joseph Toney) เป็นคนตั้งให้ แต่โอนีลก็ไม่ได้ใกล้ชิดกับเขา มารดาของโอนีล ลูซีลล์ โอนีล แฮริสัน (Lucille O’Neal Harrison) แต่งงานใหม่กับทหารอเมริกันชื่อ ฟิลิป แฮริสัน (Phillip Harrison) ซึ่งแชคเห็นเขาเป็นบิดาที่แท้จริง เชคได้ใช้ชีวิตส่วนหนึ่งในวัยเด็กในประเทศเยอรมนี ที่ที่พ่อของเขาประจำการอยู่ เขาเรียนรู้วิธีการเล่นบาสเกตบอลที่นั่น
credit : sport-idol.com
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น